โรงเรียนวัดหนองตาหลวง

หมู่ที่ 3 บ้านหนองตาหลวง ตำบล หินกอง อำเภอ เมืองราชบุรี จังหวัด ราชบุรี 70000

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 206336

บุคลิกภาพของแม่

บุคลิกภาพของแม่

บุคลิกภาพ

บุคลิกภาพ บุคลิกภาพ ของแม่ มักมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการศึกษาของครอบครัวเด็กๆ ทุกคนต้องพึ่งพาสัญชาตญาณของมารดาตั้งแต่แรกเกิด ลักษณะนิสัยภาษาและพฤติกรรมของมารดา มีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของเด็ก แต่ในชีวิตจริง คุณแม่หลายคนมักสูญเสียการควบคุมต่อหน้าลูก เนื่องจากความกดดันในการทำงาน และสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจในชีวิต พวกเขาทำร้ายความนับถือตนเองของเด็ก เมื่อพวกเขาไม่ชัดเจนและไม่มั่นคงทางอารมณ์ วันนี้จะมาแบ่งปันเคล็ดลับ ที่คุณแม่ต้องใส่ใจในกระบวนการให้ความรู้ลูกๆ เพื่อช่วยให้ทุกคนเป็นแม่ที่ดีขึ้น

1. อย่าทำให้อารมณ์เสียในที่ทำงาน ก่อนที่คุณแม่จะเลิกงานทุกวัน และกลับบ้านต้องเตือนตัวเองให้ลืมเรื่องที่ไม่มีความสุขในที่ทำงาน หลังจากเข้าบ้านแล้วพวกเขาจะสวมบทบาทเป็น แม่ หวังเห็นแม่มีความสุข ยิ่งต้องให้ความสนใจมากขึ้น ที่จะไม่ถ่ายโอนงานที่ไม่น่าพึงพอใจไปยังเด็ก หรือเสียอารมณ์ไปยังเด็ก มิฉะนั้นจะทำให้เกิดอันตรายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้กับเด็ก

2. ให้ความสำคัญกับความสำเร็จทุกครั้ง และให้เกียรติบุตรหลานของคุณที่ประสบความสำเร็จ เช่น หากเด็กได้รับการยกย่องจากครูที่โรงเรียนหรือได้รับรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้กลับมาบอกคุณอย่างมีความสุข เมื่อแบ่งปันกับคุณอย่าเบื่อ หรือไม่แยแส เพื่อให้รู้ว่าเกียรติประวัติเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญเหล่านี้ ก็มีความสำคัญมากสำหรับเด็กเช่นกัน วิธีที่ถูกต้อง คือ การมีความสุขกับลูกและแบ่งปันความสุขของเด็ก คุณสามารถพูดว่า แม่คิดว่าคุณยอดเยี่ยม คุณช่วยแสดงรางวัลให้แม่ได้ไหม

3. เล่นเป็นแม่ที่ ไม่รู้ เป็นครั้งคราวเด็กๆ ทุกคนมี ร้อยพันคน เมื่อเขายังเด็ก เมื่อเด็กถามคุณอย่าล้อเลียนเขาว่า ทำไมคุณถึงไม่รู้เรื่องนี้ บอกคำตอบที่ถูกต้องให้เด็กฟัง วิธีที่ดีกว่า คือ ทำตัวเป็นแม่ งมงาย บอกลูกว่า โอ้แม่ไม่รู้เกี่ยวกับปัญหานี้ ทำไมเราไม่เรียนรู้ด้วยกันเพื่อหาคำตอบ วิธีนี้ สามารถส่งเสริมให้เด็กใช้สมอง และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาของตนเอง ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการบอกคำตอบโดยตรง

4. เมื่อเด็กประพฤติตัวไม่ดี ให้ใส่ใจกับการควบคุมอารมณ์ของตนเอง เช่น เมื่อเด็กกลับบ้านจากโรงเรียนแล้วบอกว่าทำข้อสอบได้ไม่ดี คุณแม่หลายคนจะโกรธทันที หรือเปลี่ยนสีหน้าแบบนี้ ไม่ต้องสงสัย ทำให้เด็กๆ กลัวแม่ฉันไม่กล้าคุยกับแม่ ในความเป็นจริงแล้ว เด็กคนนั้นกล้าที่จะบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว เขายังให้ความสำคัญกับใบหน้าของแม่ ถ้าคุณต้องการให้ลูกบอกเรื่องแบบนี้กับคุณ ในครั้งต่อไปคุณต้องควบคุมมัน สำหรับอารมณ์ของคุณเอง ให้วิเคราะห์ปัญหากับเด็กอย่างใจเย็นและให้กำลังใจลูก

แน่นอนว่า ถ้าตอนนี้คุณรู้สึกว่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ คุณก็อาจจะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าส่องกระจกหายใจเข้าลึก ๆ สักสองสามครั้ง แล้วรอให้อารมณ์สงบลงก่อน แล้วคุณค่อยมาคุยกับลูกของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้

5. ช่วยเด็กคลายความเครียด เมื่อรู้สึกประหม่าเด็ก ๆ หลายคนจะกังวลมาก เมื่อต้องเผชิญกับการสอบหรือการแข่งขันที่สำคัญ หากแม่ตำหนิเด็กว่าขี้อายหรือทำตัวกระวนกระวายมาก เด็กจะมีความกดดันทางจิตใจ ยิ่งเล่นง่ายผิดปกติ เมื่อเด็กรู้สึกประหม่า สิ่งที่เขาต้องการ คือ กำลังใจและความเป็นเพื่อน แม่สามารถเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง ในคืนก่อนสอบ ฟังเพลงผ่อนคลายกับลูกและบอกเขาว่า แม่และพ่อไม่เก่งเท่าลูก พยายามให้กำลังใจ

6. เคารพในสิทธิของเด็กในการแสดงความคิดเห็น คุณแม่หลายคนชอบใช้ คุณต้อง และคุณควรใช้น้ำเสียงที่หนักแน่นแบบนี้ ขอให้เด็กปฏิบัติตามคำสั่งของตนเอง และไม่เปิดโอกาสให้ลูก ๆ ได้แสดงออกทางความคิด เด็กที่ได้รับการศึกษาจากแม่เป็นเวลานาน มักจะขี้อายและขาดความสามารถในการตัดสินว่าถูกผิด ซึ่งเป็นผลเสียต่อการเติบโตของพวกเขา ดังนั้นในครั้งต่อไป ก่อนสั่งลูกคุณ แม่อาจให้เวลาลูกแสดงความคิดของตัวเองบ้าง บางทีเด็กก็มีเหตุผลจริงๆ

7. คนที่ทำร้ายลูกบ่อยที่สุด คือ คนใกล้ชิดไม่มีใครในโลกที่รู้จักลูกดีไปกว่าแม่ แม่ทุกคนตระหนักดีถึงจุดอ่อนของลูก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจจุดอ่อนเหล่านี้ เมื่อให้ความรู้เด็กๆ พูดต่อไปจะทำให้เด็กรู้สึกเจ็บปวดมากอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณรู้ว่าลูกของคุณทำไม่ได้ แต่จงใจขอให้ลูกทำสิ่งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความนับถือตนเองของเด็ก

8. ภาษาสั้นๆ หรือความเงียบ มีผลมากกว่าการจู้จี้การจู้จี้ไม่หยุดเป็นสิ่งหนึ่งที่เด็กๆ ทุกคนเกลียดแม่อย่างแน่นอน แม่หลายคนคิดว่าการจู้จี้ลูกจะจำได้ แต่จริงๆแล้วพวกเขาคือ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา มีประสิทธิภาพน้อยกว่าภาษาสั้นๆ คุณแม่คนอื่น ๆ รู้สึกว่าการจู้จี้อย่างต่อเนื่อง สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่พวกเขาผูกพันกับลูกๆ และทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้ อันที่จริงการที่แม่เงียบยิ่งทำให้เด็ก ๆ กลัว เมื่อแม่นั่งเงียบ ๆ และไม่พูดอะไรมันจะทำให้เด็ก ๆ ไม่แน่ใจมากขึ้น ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่และโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจะกลัวสิ่งที่คุณจะพูดต่อไป

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ วิธีดูแลรักษาเส้นผมและมือ