โรงเรียนวัดหนองตาหลวง

หมู่ที่ 3 บ้านหนองตาหลวง ตำบล หินกอง อำเภอ เมืองราชบุรี จังหวัด ราชบุรี 70000

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 206336

ทำอย่างไรให้เป็นคนที่ดีขึ้น

ทำอย่างไรให้เป็นคนที่ดีขึ้น

นิสัย

 

นิสัย มนุษย์เต็มไปด้วยความผิดพลาด แต่ละคนย่อมมีนิสัยเสียของตัวเองกันทั้งนั้น ซึ่งบางคนก็เลือกที่จะแก้ไข แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดจะพัฒนาให้ตัวเองดีขึ้นเลย สำหรับคนที่คิดจะแก้ไขนิสัยเสียของตัวเองผู้เขียนขอชื่นชมว่า คุณเป็นคนที่น่าคบหากว่าคนประเภทที่ไม่เคยคิดจะพัฒนาตัวเองเลย เพราะแม้มนุษย์จะเกิดมาไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็สามารถเลือกที่จะทำตัวเองให้ดีขึ้นในแบบของเราได้ แน่นอนว่าการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ย่อมต้องถูกกดดันให้ปรับตัวตามสภาพอยู่แล้ว เพื่อความอยู่รอดแม้คุณจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่สักวันคุณก็ต้องทำมันอยู่ดีบทความนี้ผู้เขียน จึงขอนำเสนอวิธีพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น พร้อมทั้งให้คุณได้สังเกตไปด้วยว่าคุณกำลังเป็นคนงี่เง่านิสัยแย่ ที่ไม่น่าคบหาอยู่หรือเปล่า

1.รับฟังความเห็นผู้อื่นบ้าง

ก่อนที่เราจะแก้ไขนิสัยของตัวเองได้นั้นอย่างแรกเราต้องลดทิฐิลงและฟังความเห็นของผู้อื่น เพราะการรับฟังและลองเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดบ้าง อาจทำให้เราได้หันกลับมาทบทวนอะไรเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น เช่น แต่ก่อนเราเชื่อว่า ตัวเองเป็นคนพูดเสียงดังเกินไป จึงพยายามลดเสียงตัวเองลงให้เบาที่สุดเพราะไม่อยากให้คนอื่นรำคาญ หากมีคนบอกว่าพูดเสียงให้ดังกว่านี้หน่อย พูดเบาแบบนี้มันทำให้หงุดหงิดเพราะไม่ได้ยินและต้องให้คุณพูดซ้ำอยู่บ่อยๆ คุณก็ควรลองนำมาพิจารณาและแก้ไขให้ดีขึ้น ไม่ใช่เชื่อมั่นว่าการพูดเสียงเบาเป็นสิ่งที่ดีและทำมันต่อไป หรืออาจเป็นเรื่องของแผนการทำงานที่คุณเชื่อมั่นว่าแผนของคุณดีที่สุดแล้ว หากใครเสนออะไรมา คุณก็จะไม่ทำตามเพราะกลัวว่าจะทำให้แผนที่ดีของคุณพัง ในส่วนนี้เมื่อทำงานกันเป็นทีมหรือคุณเป็นหัวหน้าก็ควรรับฟังความเห็นให้มากที่สุด เพื่อจะได้กลั่นกรองให้แผนการมีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม

2.ลดความมั่นใจลงบ้าง

คนที่มั่นใจส่วนใหญ่แล้วจะดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือและมีเสน่ห์ แต่หากคุณเลือกที่จะมั่นใจในเรื่องที่ผิดคุณจะกลายเป็นคนโง่ในสายตาของคนอื่น การมีความมั่นใจมากเกินไปอาจทำให้คุณมีสติน้อยลงและพลาดพลั้งอยู่บ่อยครั้งเพราะความทะนงตัว อีกทั้งอาจทำให้คนอื่นติดร่างแหซวยไปด้วย ดังนั้นในบางสถานการณ์ความมั่นใจก็เป็นสิ่งที่ควรจะลดลงบ้างในสังคมไทยซึ่งเต็มไปด้วยลำดับชนชั้นเช่นนี้ คนนอบน้อมมักจะเป็นที่รักใคร่ของทุกคนเสมอ หากคุณเรียนรู้ที่จะนอบน้อมและมั่นใจในเวลาที่ถูกที่ควร ผู้เขียนเชื่อว่าคุณจะกลายเป็นที่รักของผู้คนรอบข้างมากขึ้นอย่างแน่นอน

3.ใจเย็นลงหน่อย

โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า เป็นคำเปรียบเปรยที่เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด แน่นอนว่าไม่แปลกที่คุณจะโกรธหรือรู้สึกไม่พอใจ เพราะอารมณ์เหล่านี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ คือเรารู้จักควบคุมอารมณ์และสิ่งที่จะควบคุมอารมณ์ร้อนแรงในตัวคุณได้ก็คือ สติและจิตใจที่สงบร่มเย็นบางครั้งการที่คุณทำตัวงี่เง่าหรือกลายเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่นไปเพราะความใจร้อนและขาดสติของคุณ เมื่อรู้สาเหตุแล้วผู้เขียนขอแนะนำให้คุณรู้จักคิดใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์และจัดการแก้ปัญ

หาตรงหน้าด้วยความใจเย็น โดยต้องรู้จักปล่อยวางเสียก่อนและลองคิดถึงผลเสียที่จะตามมาจากการระเบิดอารมณ์ วิธีนี้อาจช่วยให้คุณใจเย็นได้มากขึ้น หรือหากไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ในทันที ให้เงียบหรือเดินหนีไปก่อน เมื่อใจเย็นพอที่จะมีเหตุผลมากขึ้นแล้วค่อยกลับมาลองแก้ปัญหาดูอีกครั้ง

4.เข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น

มีคำกล่าวที่ว่าหากอยากให้ใครทำแบบไหนกับเรา เราต้องทำแบบนั้นกับเขาก่อน แน่นอนว่าไม่มีใครอยากถูกทำเรื่องแย่ๆ ใส่ ทุกคนก็มีจิตใจมีความรู้สึกเหมือนกัน หากคุณลองทำความเข้าใจและพยายามทำดีกับคนอื่นบ้าง คุณอาจรู้สึกดีกว่ากันทำตัวเรื่องแย่ๆ ทำร้ายและเบียดเบียนคนอื่นก็ได้ ซึ่งคนเหล่านั้นเขาอาจกลับมาทำดีตอบแทนคุณในอนาคตหากไม่รู้ว่าจะลองเข้าใจคนอื่นอย่างไร ให้คิดแทนก่อนว่าถ้าหากเราเป็นเขาอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นจะรู้สึกนึกคิดอย่างไร และคิดดูว่าเราชอบให้คนอื่นทำแบบไหนกับเรา ก็ทำแบบนั้นกับเขาดูบ้าง ผู้เขียนเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้คุณดูเป็นคนดีขึ้นในสายตาคนอื่นอย่างแน่นอน หรือคุณเริ่มจากการสังเกตดูคนรอบข้างก่อนว่าเขาปฏิบัติต่อกันอย่างไร คนคนนี้เป็นคนนิสัยแบบไหน พยายามพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันดู หากคุณพยายามแล้วต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยอย่างแน่นอน

5.รู้จักเป็นฝ่ายให้

แม้มนุษย์จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้คุณมีความสุขได้โดยไม่ต้องเหยียบหัวคนอื่น บางคนอาจเผลอเห็นแก่ตัวไปโดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวว่าตนจะเป็นฝ่ายถูกเอาเปรียบ แต่ผู้เขียนคิดว่าทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสียของมันเสมอ หากการเห็นแก่ตัวมีข้อดีที่จะสามารถรักษาผลประโยชน์ส่วนตัวไว้ได้ การรู้จักให้ก็มีข้อดีเช่นกัน คือ การทำให้จิตใจของเราสูงขึ้น การปล่อยให้ตัวเองตกอยู่กับความเห็นแก่ตัวมากเกินไป เมื่อลองมองย้อนดูสิ่งที่ตัวเองทำแล้วอาจทำให้คุณต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ดังนั้นหากรู้จักให้บ้าง แม้จะเป็นการให้เพียงน้อยนิด การให้นั้นอาจช่วยปลอบประโลมจิตใจที่ตกต่ำของคุณได้หรืออาจทำให้คุณได้ผลตอบแทนในระยะยาวกว่าการทำตัวเห็นแก่ตัวใส่คนอื่น

6.ลดละเลิกอบายมุขบ้าง

นิสัย การกินเหล้าสูบบุหรี่หรือเที่ยวเสเพลไปเรื่อย ในวัยเด็กอาจดูเป็นเรื่องเท่ แต่เมื่อเติบโตขึ้นคนรอบข้างในสังคมส่วนใหญ่มักจะมองคนจำพวกนี้เป็นคนไม่ดี เพราะคนที่มีอาการเสพติดเหล้า บุหรี่ หรือเรื่องเพศ มักจะนำความหายนะมาสู่ตัวเองและครอบครัวเสมอ อีกทั้งยังเป็นการใช้จ่ายสิ้นเปลือง แทนที่จะเก็บเงินในส่วนนั้นมาทำประโยชน์เพื่อสังคมหรือสร้างอนาคตให้ตัวเอง กลับต้องใช้จ่ายไปกับเรื่องไร้สาระอย่างการเสพอบายมุขเพื่อหาความสุขในช่วงเวลาสั้นๆ

7.หาหนทางพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง

หากคุณไม่รู้ว่าตัวเองมีจุดบกพร่องใด ไม่มีใครเคยบอกว่าคุณมีข้อเสียตรงไหน แต่ทุกคนกลับตีตัวออกหากคุณ ให้คุณลองศึกษาจากแหล่งต่างๆ เช่น หนังสือแนวจิตวิทยา ที่ช่วยขัดเกลาความคิดของคุณให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น คอร์สฝึกอบรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ วิธีเหล่านี้อาจทำให้คุณได้ค้นพบข้อเสียของตัวเองและก้าวข้ามนิสัยแย่ๆ ที่คุณเคยมองข้ามไปได้ ขอเพียงคุณไม่ยอมแพ้ที่จะพัฒนาก็พอผู้เขียนเชื่อว่าไม่ว่าทุกคนจะเกิดมาเป็นเช่นไร หรือเคยผ่านอะไรมาบ้าง คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้เสมอ เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน ตราบใดที่เรายังไม่ตายเราก็ยังมีโอกาสให้เราได้เริ่มต้นใหม่สู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม

เรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ชีวิต